ต้นกำเนิดของขนมจีบ

   

ขอขอบคุณข้อมูลภาพจาก news1live.com

         ประวัติของขนมจีบนั้นแรกเริ่มที่ปรากฏเห็นในวัฒนธรรมของเมืองฮูฮฮอต ในมองโกเลีย จากการนำมาขายในร้านน้ำชาบนเส้นทางสายไหมจนได้ชื่อว่า捎卖 (shao mai) ที่แปลว่า สินค้าที่ขายเป็นงานอดิเรกเครื่องเคียง หรือ อาหารเรียกน้ำย่อยคู่กับชา ถูกนำมายังกรุงปักกิ่งและเทียนจินโดยพ่อค้าจากชานซีในช่วงระหว่างราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง และต่อมาได้เปลี่ยนตัวอักษรแทนเสียงเป็น  “烧麦”, ”稍美” และ ”烧卖” ตามลำดับ

         ประวัติของขนมจีบเริ่มมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวนโดยบันทึกไว้ว่า ขนมจีบนั้นใช้ข้าวสารนวดเป็นแป้ง ใช้หมูเป็นไส้ ที่ยอดขนมจีบให้ทำเป็นรูปดอกไม้  ขนมจีบเป็นอาหารว่างประเภทคาวแบบแห้งของประเทศจีน โดยการปรุงอาหารว่างชนิดนี้จะใช้แป้งเป็นแผ่นห่อไส้ โดยห่อเป็นทรงกระบอกลักษณะคล้ายกับผลทับทิม หรือคล้ายกับดอกไม้บาน หลังจากนั้นจึงนำไปนึ่งจนสุก จากบันทึกที่บันทึกไว้ทำให้เราทราบกันว่าขนมจีบของจีนมีประวัติยาวนานกว่า 700 ปีแล้ว 

        คำว่า ขนมจีบ มาจากภาษากวางตุ้ง แปลว่า Touch The Heart หมายถึง การทำอาหารคำเล็กคำน้อย ที่นอกจากจะใช้ความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังต้องใช้ฝีมือประดิษฐ์ประดอยให้สวยงาม น่าลิ้มลอง และอร่อย ดังนั้นหัวใจสำคัญในการทำขนมจีบให้อร่อยนั้นคือ จะต้องใส่ใจลงไปกับขนมจีบด้วย ขนมจีบเป็นอาหารที่ทานง่าย และรสชาติแปลกใหม่ จึงไม่แปลกใจเลยที่ขนมจีบจะกลายเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลก ขนมจีบไม่เพียงแต่จะมีชื่อเรียกแบบนี้เท่านั้น แต่ยังมีชื่อที่เปลี่ยนไปตามท้องถิ่นบางท้องที่เรียกขนมจีบเป็นชื่ออื่น เช่น ภาษาจีนกลาง จะเรียกว่า ซาวม่าย (烧麦:shao mai) (ซึ่งในแต่ละท้องที่จะมีการเรียกที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่จะต่างที่เพียงเสียง หรือการใช้อักษรแทนเสียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น) แต่ที่พบส่วนใหญ่นั่นคือ ติ่มซำ นั้นเอง 

ขอขอบคุณข้อมูลภาพจาก news1live.com

       โดยทางเหนือ เช่นในบริเวณปักกิ่ง จะเรียกว่า “ซาวม่าย” โดยใช้อักษรคำว่า “烧麦” แทนเสียงคำว่าซาวม่าย แต่ในบริเวณมณฑลเจียงซู เจ้อเจียง กวางตุ้ง  และกวางซีจะเรียกว่า “ซาวม่าย” โดยใช้อักษรว่า “烧卖” (shao mai)แทนเสียง บางพื้นที่อาจแตกต่างมากกว่าที่อื่น เช่น บริเวณแถบแต้จิ๋วจะเรียกว่า “เซียวหมี่” (肖米:xiao mi) เป็นขนมที่นิยมรับประทานกันทั้งชาวใต้และชาวเหนือของจีน

        ขนมจีบเป็นที่นิยมสำหรับชาวเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง  (广东省) ซึ่งต่อมาได้แพร่หลายทั่วโลกตามลำดับ ในสมัยก่อนขนมจีบมักนิยมรับประทานคู่กับน้ำชา และถือเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของอาหารติ่มซำ(點心:dim sum; ภาษาจีนกลาง อ่านว่า เตี่ยนซิน; ภาษากวางตุ้ง อ่านว่า ติ่มซำ) เช่นเดียวกับซาลาเปา ซึ่งเรียกง่ายๆก็คือ ติ่มซำคืออาหารว่างที่นิยมรับประทานกับน้ำชาของชาวจีนกวางตุ้ง และขนมจีบก็เป็นหนึ่งในจำพวกแผ่นแป้งห่อ (餃, 餃子)ของเมนูติ่มซำที่รับมาจากวัฒนธรรมฮูฮฮอตของชาวมองโกลนั่นเอง

        ติ่มซำเป็นอาหารว่างที่โดยปกติแล้วมักจะทานตอนสายๆ ก่อนเที่ยง แต่ปัจจุบันก็สามารถหารับประทานได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนดึก ซึ่งจะพบเห็นได้ที่ฮ่องกง 

ขอขอบคุณข้อมูลภาพจาก news1live.com

        ติ่มซำเกิดขึ้นที่เมืองกวางตุ้ง มีตำนานเล่ากันว่าสมัยก่อนนั้นมีนักเดินทางตามเส้นทางสายไหม มักจะหาสถานที่เพื่อแวะพักผ่อนระหว่างการเดินทาง ดังนั้นบนเส้นทางสายไหมจึงเต็มไปด้วย " ร้านน้ำชา"หรือ "Yum Cha" เพื่อต้อนรับอาคันตุกะนักเดินทางแปลกหน้าเป็นประจำ

         ขณะเดียวกันชาวนาตามชนบทเมื่อทำงานเหนื่อยล้าก็จะแวะพักผ่อนและดื่มน้ำชายามบ่ายตามร้านน้ำชาเหล่านี้ ขณะที่ดื่มน้ำชาก็จะต้องมีอาหารกินเล่นเพื่อกินคู่กับน้ำชาบรรดาเจ้าของร้านจึงเริ่มคิดหาอาหารกินเล่นต่างๆ ขึ้นมาจึงเป็นที่มาของติ่มซำในเวลาต่อมา ด้วยความที่เป็นอาหารกินง่ายและรสชาติแปลกใหม่ ติ่มซำจึงกลายเป็นอาหารที่นิยมไปทั่วโลก

 

 

 

 ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก..

 -www.reurnthai.com

https://snack57.wordpress.com/

https://th.wikipedia.org/wiki/ติ่มซำ

- http://thai.cri.cn/

http://lub-jib-kanomjeeb.blogspot.com/2015/01/blog-post.html